ขยายระยะเวลาโครงการ 1 กรกฎาคม 2563 - 30 เมษายน 2564

*โรงแรมหรือที่พักสามารถทำการจองห้องพักให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ ตามวันที่ขยายโครงการได้เร็วๆนี้

แจ้งขยายระยะเวลาให้ผู้ประกอบการเราเที่ยวด้วยกัน (รายเก่า) ที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3

สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้

ระหว่างวันที่ 5 – 15 พฤษภาคม 2564

คำถามที่พบบ่อย

  • มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
  • สมัครใช้บริการแอปพลิเคชั่นถุงเงิน
  • สมัครใช้บริการระบบชำระเงินออนไลน์ (Payment Service Provider) หรือผู้ให้บริการ Online Travel Agency (OTA) กับผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ เฉพาะผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก เท่านั้น
  • ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

การลงทะเบียนผู้ประกอบการต้องมีหมายเลข TAX ID และบัญชีรับเงินในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและสมัครแอปพลิเคชั่นถุงเงิน กรณีมีสาขามากกว่า 1 สาขา ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนแยกสาขา

ผู้ประกอบการที่มีหมายเลข TAX ID และบัญชีกรุงไทย เฉพาะสาขา สามารถเลือกลงทะเบียนแยกได้

ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซด์ ต้องเป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกิจการ ให้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ โดยยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ ผ่านรหัส OTP ที่ทำการลงทะเบียน

  • กรณีที่มีหมายเลข TAX ID และบัญชีกรุงไทย เฉพาะสาขา สามารถเลือกลงทะเบียนแยกได้
  • กรณีที่ไม่มีหมายเลข TAX ID และบัญชีกรุงไทย เฉพาะสาขา โรงแรมสามารถเลือกลงทะเบียนครั้งเดียวได้ และเพิ่มสาขาในระบบจัดการข้อมูลกิจการโดยเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์มือถือแต่ละสาขาในการใช้ระบบแอปพลิเคชั่นถุงเงิน

  • Online Travel Agency (OTA) ที่แสดงรายชื่อบนเวปไซต์โครงการฯ
  • Website โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ (ถ้ามี)
  • www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยไปที่ค้นหากิจการโรงแรม
  • ช่องทางติดต่ออื่นๆที่โรงแรมมี เช่น Line, Facebook, เบอร์โทรศัพท์

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ครั้งเดียว และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จจะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้

ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 บริษัทได้แก่
  1. 2C2P
  2. Red Dot Payment
  3. Hotelier
  4. Pay Solution
  5. Omise

โรงแรม/ที่พัก ที่ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับ SMS แจ้งผลจากชื่อผู้ส่ง “TTogether”

  • มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
  • สมัครใช้บริการแอปพลิเคชั่นถุงเงิน
  • ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com
  • กรณีประสงค์ใช้แอปพลิเคชั่นถุงเงินรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต สามารถยื่นความประสงค์ได้

การลงทะเบียนผู้ประกอบการต้องมีหมายเลข TAX ID และบัญชีรับเงินในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและสมัครแอปพลิเคชั่นถุงเงิน กรณีมีสาขามากกว่า 1 สาขา ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนแยกสาขา

  • ได้เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์กิจการผ่านทางเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com
  • มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการสนับสนุนของภาครัฐให้ประชาชนออกมาท่องเที่ยวแบบ New normal

ร้านอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว ที่ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับ SMS แจ้งผลจากชื่อผู้ส่ง “TTogether”

ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซด์ ต้องเป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกิจการ ให้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ โดยยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ ผ่านรหัส OTP ที่ทำการลงทะเบียน

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ครั้งเดียว และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จจะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้

ประชาชนและร้านค้า สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เท่านั้น ไม่จำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียน

สามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้จาก sms ระบบจะส่ง sms แจ้งผลจากชื่อผู้ส่ง “TTogether” แจ้งไปยังเบอร์ที่รับรหัส OTP

ประชาชนที่ลงทะเบียนรับสิทธิเรียบร้อย สามารถเดินทางท่องเที่ยวทุกจังหวัด

บัตรกำนัลส่วนลดโรงแรมและอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยวจะมีอายุการใช้งานถึง 23.59น. ของวันที่จอง เช็คเอ้าท์ ที่พัก

ประชาชนมีสิทธิ 1 คนต่อ 15 ห้อง/คืน ซึ่งสามารถจองกี่ครั้งก็ได้ แต่ใช้สิทธิส่วนลดห้องพักได้ไม่เกิน 15 ห้องคืน

คูปองอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยว ไม่สามารถโอนออกหรือใช้เป็นเงินสดได้

ตามเงื่อนไขของโครงการ เมื่อทำการจองที่พักและชำระเงินส่วน 60% แล้วจะไม่สามารถยกเลิกและเปลี่ยนการจองได้

  • Online Travel Agency (OTA) ที่แสดงรายชื่อบนเวปไซต์โครงการฯ
  • Website โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ (ถ้ามี)
  • www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยไปที่ค้นหากิจการโรงแรม
  • ช่องทางติดต่ออื่นๆที่โรงแรมมี เช่น Line, Facebook, เบอร์โทรศัพท์

เงินสนับสนุนที่ได้รับการอนุมัติทั้งหมดจะถูกโอนเป็น cashback เข้า G-wallet บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ของประชาชนที่จองโรงแรมผ่านโครงการและเข้ามากรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินสนับสนุน โดยเงินสนับสนุนจะถูกคืนเข้า G-wallet ทุกๆวันที่ 15 และ 30 ของเดือน ทั้งนี้ประชาชนสามารถ log-in เข้ามาตรวจสอบสถานะการขอรับเงินคืนได้บนเว็บไซต์ที่กรอกยื่นคำขอเงินสนับสนุนบน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

ประชาชนสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2563 (วันที่ออกตั๋ว หรือ Issue Date ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป) โดยไม่จำเป็นต้องจองโรงแรมก่อน ทั้งนี้การขอรับเงินสนับสนุนได้ ต้องทำการจอง เข้าพัก และ check-out โรงแรมตามเงื่อนไขโครงการและมีการเดินทางและเข้าพักจริง

ประชาชนที่ทำการจองโรงแรมผ่านโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน สำเร็จ มีสิทธิในการได้รับเงินสนับสนุน 2 สิทธิต่อ 1 ห้องโรงแรมที่จองผ่านโครงการ ดังนั้นในกรณีนี้ หากมีการจองโรงแรมมากกว่า 1 ห้อง จะสามารถขอรับสิทธิเงินสนับสนุนได้มากกว่า 2 สิทธิ ทั้งนี้ผู้ที่เข้ามากรอกยื่นคำขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินจะต้องเป็นคนเดียวกับคนที่จองตั๋วเครื่องบิน และจองโรงแรมของโครงการเท่านั้น เช่น กรณีนี้ หากจองห้องพัก 2 ห้อง จะได้รับสิทธิ 4 สิทธิ หรือ 4 ผู้โดยสาร ผู้โดยสารอีกสองท่านไม่ต้องทำการลงทะเบียน แต่จะต้องมีการเดินทางจริง

การตรวจสอบเงื่อนไขการรับเงินสนับสนุนจะตรวจสอบจาก จังหวัดที่เครื่องลง (ขาไป) จังหวัดของโรงแรมที่เข้าพักที่จองผ่านโครงการ และจังหวัดที่เครื่องขึ้น (ขากลับ) โดยทั้งหมดต้องอยู่ในภาค และกลุ่มจังหวัดเดียวกัน จึงจะถือว่าผ่านเงื่อนไข โดยสามารถดูรายชื่อกลุ่มจังหวัดได้ที่นี่

ประชาชนที่เข้าไปกรอกคำขอรับเงินสนับสนุนจากสายการบินต้องเป็นผู้จองโรงแรมในโครงการนี้เท่านั้น และจะต้องเป็นผู้ที่จองโรงแรมด้วย

ประชาชนต้องทำการ check-in และ check-out ให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเข้ามากรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินใน website ได้

สามารถได้สิทธิส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินแค่ 50% เนื่องจากเที่ยวบินขากลับไม่เข้าเงื่อนไขช่วงเวลาเดินทาง

ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิคงเหลือได้ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

เงินสนับสนุนจะได้รับการอนุมัติและโอนเข้า G-wallet ต่อเมื่อตรวจสอบได้ว่า มีการเดินทางจริง ดังนั้นกรณีนี้ จะไม่สามารถได้รับเงินสนับสนุนค่าตั๋ว

ไม่ได้ เนื่องจากตามเงื่อนไขโครงการฯ วันที่เดินทางไปหรือกลับ ต้องห่างจากวัน check-in หรือ check-out โรงแรมที่จองผ่านโครงการไม่เกิน 5 วัน

ระบบปฏิบัติการที่รองรับ คือ iOS และ Android เท่านั้น

ปัจจุบันระบบแอปพลิเคชั่นถุงเงินของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน สามารถรองรับการดาวน์โหลดใช้งาน 5 เครื่อง ต่อ 1 เบอร์โทรศัพท์มือถือ

  • เปิดแอปฯถุงเงินเลือก เมนู เราเที่ยวด้วยกัน
  • เลือกเมนู เช็คอิน
  • สแกน QR E-voucher ของลูกค้าที่แอปฯเป๋าตัง
  • ตรวจสอบชื่อผู้จองและรายละเอียดการจอง
  • กดเสร็จสิ้น

เมื่อลูกค้าถึงวันเช็คเอ้าท์ และโรงแรมทำการกดเช็คเอ้าท์ บนแอปฯถุงเงิน หลักจากนั้นระบบจะทราบข้อมูลการเข้าพักของลูกค้าที่ได้รับสิทธิจากโครงการฯ โดยโรงแรมจะได้รับเงินส่วน 40% เข้าบัญชีทุกวันพุธของสัปดาห์

เจ้าของกิจการสามารถตรวจสอบได้ 2 วิธี
  1. รายงานบนแอปฯถุงเงิน
  2. Statement บัญชีรับเงินที่ผูกกับแอปฯถุงเงิน

โทร. 02-111-1122

สามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ 3 เดือน รวมกับเดือนปัจจุบันที่ทำรายการ

ระบบปฏิบัติการที่รองรับ คือ iOS และ Android เท่านั้น

ปัจจุบันระบบแอปพลิเคชั่นถุงเงินของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน สามารถรองรับการดาวน์โหลดใช้งาน 5 เครื่อง ต่อ 1 เบอร์โทรศัพท์มือถือ

  • เปิดแอปฯถุงเงินเลือก เมนู เราเที่ยวด้วยกัน
  • เลือกเมนู อาหาร/ท่องเที่ยว
  • ระบุจำนวนเงินค่าอาหารหรือบริการ ที่แอปฯถุงเงิน
  • ระบบจะแสดง QR Code บนแอปฯถุงเงิน
  • ลูกค้าจะกดสแกนใช้สิทธิส่วนลดอาหารที่ QR Code บนแอปฯถุงเงิน
  • กดเสร็จสิ้น

ร้านอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว จะได้รับเงินส่วนลดจากโครงการฯส่วน 40% เข้าบัญชีในวันทำการ (T+2)

เจ้าของกิจการสามารถตรวจสอบได้ 2 วิธี
  1. รายงานบนแอปฯถุงเงิน
  2. Statement บัญชีรับเงินที่ผูกกับแอปฯถุงเงิน

โทร. 02-111-1122

สามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ 3 เดือน รวมกับเดือนปัจจุบันที่ทำรายการ

  1. แนะนำให้ลูกค้าเติมเงินเข้าบัญชี G-wallet
  2. แนะนำให้ชำระส่วนต่างด้วยบัตรเครดิต (กรณีที่กิจการสมัครรับบัตรเครดิต บนแอปฯถุงเงิน)

ไม่สามารถชำระส่วนต่างเป็นเงินสดได้

ประชาชนที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ต้องลงทะเบียนรับสิทธิที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ก่อน จึงจะสามารถใช้สิทธิบนแอปฯเป๋าตังได้

  1. สามารถเข้าใช้งานด้วยการผูกบัญชีกรุงไทย
  2. สามารถเข้าใช้งาน G-wallet ด้วยการรับรหัส OTP จากเบอร์ที่ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อยืนยันตัวตน
  3. ติดต่อเบอร์ 02-111-1122 หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ

สามารถตรวจสอบผลยืนยันการจองโรงแรมที่แอปฯเป๋าตัง จากการแจ้งเตือนบนแอปฯ ซึ่งประชาชนสามารถทำการตรวจสอบรายละเอียดส่วนลดจากสิทธิที่ได้รับ และชำระเงินได้ที่ Payment Link บนแอปฯ

สามารถทราบได้หลังจากที่ประชาชนชำระเงินส่วน 60% ที่จองโรงแรมสำเร็จ และตรวจสอบ E-voucher บนแอปฯเป๋าตัง ที่เมนู G-wallet

ประชาชน ต้องทำการจองโรงแรมพร้อมชำระเงินส่วน 60% สำเร็จ และเดินทางไปเข้าพักที่โรงแรม เมื่อทำการเช็คอิน ที่พักเรียบร้อย ระบบจะแสดงคูปองส่วนลดอาหาร/ท่องเที่ยว บนแอปฯเป๋าตังให้ใช้งานเวลา 17.00น. ในวันเช็คอิน

คูปองส่วนลดค่าอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยว จะมีอายุการใช้งานถึงวันเช็คเอ้าท์ เวลา 23:59 น.

ผู้ที่ได้รับสิทธิส่วนลดโรงแรมเรียบร้อยแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวันเข้าพัก หรือ ยกเลิกการจองได้

ประชาชนที่ได้รับ Payment Link บนแอปฯเป๋าตัง สามารถชำระเงินเพื่อยืนยันการจองได้ภายในวันถัดไป (T+1)

ส่วนลดค่าโรงแรมจะหมดอายุ ตามวันที่จองที่พัก

ทำรายการผ่านแอปพลิเคชั่น ถุงเงิน

ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่นๆ ได้ นอกจากวันที่ทำการเช็คอิน

ขอให้โรงแรมทำการเจรจาตกลงกับประชาชน เพื่อพิจารณาคืนเงินในส่วนของประชาชนที่ได้ชำระเข้ามาแล้ว หรือเสนอเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะสม

สามารถแก้ไขได้ โดยแบ่งเป็นกรณีดังนี้
  1. ทำรายการผิด ประชาชนยังไม่กดยืนยันสิทธิที่แอปฯเป๋าตัง
    • แจ้งให้ประชาชนกดยกเลิกการเลื่อนวันเข้าพัก
    • หลังจากนั้นทำรายการกำหนดวันเข้าพักใหม่ที่ถูกต้องบนแอปถุงเงิน
  2. ทำรายการผิด ประชาชนกดยืนยันการทำรายการ ผ่านแอปฯเป๋าตังแล้ว
    • ทำรายการเลื่อนวันเข้าพักใหม่ บนแอปถุงเงิน
    • แจ้งให้ประชาชนกดยื่นยันการทำรายการอีกครั้ง พร้อมชี้แจงเหตุผล

ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ยังสามารถได้รับสิทธิตามเดิม หากเดินทางตามเงื่อนไขของโครงการ

ติดต่อโรงแรมให้ทำรายการใหม่ โดยส่ง Link มาให้ประชาชนกดยืนยันอีกครั้ง

ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากข้อกำหนดของโครงการ อนุญาตให้ทำการเปลี่ยนแปลงเฉพาะวันเข้าพักเท่านั้น

สามารถทำได้โดยติดต่อโรงแรมเพื่อทำรายการใหม่อีกครั้ง

หากเป็นการจองและมีกำหนดวันเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 สามารถติดต่อโรงแรงเพื่อรายการแจ้งเลื่อนวันเข้าพักได้

รายละเอียดห้องพักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้โปรดติดต่อโรงแรมเพื่อเช็คจำนวนห้องพักที่ว่างสำหรับช่วง Hight Season
ถาม - ตอบ